Posts

ภาคอสังหาฯปีนี้ GDPมีแนวโน้มโตสูงสุดในรอบ 6ปี

ปีนี้อสังหาฯเตรียมเฮ GDPมีแนวโน้มโตกว่า4.2% สูงสุดในรอบ6ปี

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยภายในงานสัมมนาใหญ่ประจำปี 2561 “อสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2018” ว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯในปี 2561 นี้เชื่อว่าน่าจะดีกว่าในปี 2560 ที่ผ่านมา และจะมีการเติบโตมากกว่าจีดีพี(GDP) ซึ่งในปีนี้คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะมีการขยายตัวได้ที่ประมาณ 4% และคาดว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตได้มากกว่า 5-10% จากปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโตที่ 5% โดยมีปัจจัยบวกจากการลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ การลงทุนในส่วนต่อขยายตามแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ จึงเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในปีนี้ยังมีปัจจัยลบจากอัตราดอกเบี้ย ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ธนาคารพาณิชย์มีความเข้มงวดในการอนุมัติขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนกำลังซื้อในต่างจังหวัด ยังไม่ฟื้นตัวเนื่องจากสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่กฎหมายเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ร.บ.จัดซื้อจะมีผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์ที่จะมีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และถ้ามีผลกระทบจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีที่ประมาณ 12% ซึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 12% ต่อจีดีพี ในส่วนของแรงงานนั้นมองว่าปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ มีการใช้แรงงานมากประมาณ 2 ล้านคน วัสดุก่อสร้างใช้ภายในประเทศเป็นหลัก

นายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปีนี้จะขยายตัวที่ประมาณ 4.1%  จากปีที่ผ่านมาขยายตัว 3.9% ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะมีการเติบโตได้ที่ประมาณ 5% ส่วนภาคการส่งออกในปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี การลงทุนภาครัฐมีอัตราการเร่งเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ส่วนการลงทุนภาคเอกชน มีการขยายตัวได้ดี การท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนอยู่ในเกณฑ์ดี และฐานรายได้ของประชาชนมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น สินค้าและราคาเกษตรมีการปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น

ด้านนายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหาภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาฯดี ในปีนี้เชื่อว่าจะมีการขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 5-6% โดยมีปัจจัยจากการลงทุนภาครัฐที่ยังเป็นตัวสนับสนุน ส่วนปัจจัยลบมองว่าจะมาจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อยังคงสูงแต่เริ่มทยอยลดลง และจะเห็นการปล่อยสินเชื่อจะเพิ่มมากขึ้น สำหรับระดับราคาที่ดินในปัจจุบันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ส่วนค่าแรงที่มีการปรับตัวขึ้น มองว่าจะส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้างและระดับราคาขยายอสังหาริมทรัพย์

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเติบโต 5% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 2.5% โดยมีปัจจัยจาก เศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 4.2% เปรีบเทียบกับปีที่ผ่านมาโตที่ 4% ส่วนอัตราการปฏิเสธสินเชื่อมีแนวโน้มลดลงที่ประมาณ 30% จากปีก่อนหน้านี้อยู่ 40% ส่วนสินค้าคงเหลือจะเป็นสินค้าระดับราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท การขยายตัวของรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมไปถึงการพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

นายเบญจรงค์ กล่าวไว้ว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตรากาเติบโต 5% มองว่าตลาดระดับกลาง บน ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่ติดเส้นทางรถไฟฟ้า ทำเล กทม.-ปริมณฑล ในส่วนของที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบยังมีอัตราการขายได้ดี เนื่องจากอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ส่วนตลาดระดับล่างยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดที่ยังมีแนวโน้มทรงตัวอยู่”

 

ข้อมูลอ้างอิง :  www.thansettakij.com

จับตาอสังหาฯปี 61

จากอัตราเติบโตภาคอสังหาฯยังคงเป็นที่น่าสนใจ

แม้ว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีต่อสถานการณ์ในปัจจุบันจะมีการเติบโตที่ดีขึ้นตามลำดับมาอยู่ที่ 33.9 ในเดือน ธ.ค. 2560 นั้น แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดัชนีที่ต่ำกว่ามาตรฐาน จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะกำลังซื้อต่ำ เพราะยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ปัจจุบันภายในประเทศ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับล่าง ที่เป็นอุปทานหลักในตลาด นอกจากความกดดันต่อภาระหนี้สินแล้วยังถูกกดดันจากผู้ให้บริการสินเชื่อควบคุมการให้สินเชื่อที่รัดกุมมากขึ้นอาจทำให้การผ่านการอนุมัติยากขึ้นไปด้วย

คาดว่าในภาพรวมตลาดปี 2561 จะยังคงเติบโตใกล้เคียงกับปี 2560 ซึ่งยังคงมีกำลังซื้อในกลุ่มตลาดคอนโดมิเนียม รองลงมาคือทาวน์เฮาส์ และตามด้วยบ้านเดี่ยว โดยคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์กลุ่มตลาดระดับกลางถึงกลุ่มระดับบนเป็นที่ต้องการในตลาดสูงขึ้น และตลาดบ้านเดี่ยวกลุ่มระดับกลางยังเป็นอุปทานหลักและมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี เนื่องจากตลาดระดับกลาง-บน ยังมีแรงขับโดยเฉพาะจากกลุ่มตลาดแนวสูง อย่างคอนโดมิเนียมเป็นหลักเช่นเดิม และจะเริ่มขยายพื้นที่เติบโตตั้งแต่พื้นที่กรุงเทพฯชั้นในไปยังแถบกรุงเทพฯชั้นกลาง คอนโดระดับล่างที่เคยขยายตัวได้ดีเมื่อ 4-5 ปีก่อนอาจเริ่มลดลงสาเหตุจากราคาที่ดินที่ดันตัวสูงขึ้นและการปรับผังเมืองในบางพื้นที่ที่จะทำให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วนตลาดแนวราบคาดว่าทาวน์เฮาส์จะเป็นตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯจนถึงปริมณฑลจะเกิดการขยายตัว

หากเทียบทั้ง 3 ตลาดด้านอัตราการเติบโตในปี 2561 คาดว่า ทาวน์เฮาส์จะเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ตามด้วยคอนโดมิเนียม และบ้านเดี่ยว ซึ่งอัตราการขยายตัวน่าจะใกล้เคียงกับปี 2560 ที่อุปทานทาวน์เฮาส์ขยายตัวขึ้นจากปี 2559 ที่ 4% รองลงมาคือคอนโดมิเนียมที่ 1% และบ้านเดี่ยวอุปทานชะลอลงจากปีก่อน อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ สถานการณ์ภาพรวมตลาดที่เติบโตยังคงเป็นตลาดระดับกลางและระดับบน

เลือกลงทุนในแบบที่เป็นคุณ

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เนื่องจากมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่นั้นเริ่มต้นที่หลักล้าน ยังไม่รวมถึง
ค่าใช้จ่ายในการซื้อและค่าใช้จ่ายระหว่างการเป็นเจ้าของ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีวิธีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เลือกหลายรูปแบบ
ทั้งปริมาณเงินลงทุน ระดับความเสี่ยงและช่วงระยะเวลาลงทุน ที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการและข้อจำกัดของตัวเองได้

1. ลงทุนระยะยาวด้วยการปล่อยเช่า สร้างรายได้ต่อเนื่อง และในระยะยาวเมื่อขายต่อก็มักจะได้กำไรจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อจำกัดในการลงทุนด้วยวิธีการนี้ก็คือจะต้องใช้เงินลงทุนในปริมาณที่มาก และความเสี่ยงของการลงทุนด้วยวิธีการนี้ก็คือการที่ไม่สามารถปล่อยเช่าได้ ไม่มีผู้เช่า หรือการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด

2. ลงทุนระยะสั้น ทำกำไรอย่างรวดเร็ว วิธีการลงทุนก็คือการซื้อขายใบจอง หรือซื้อขายดาวน์ โดยความเสี่ยงของการลงทุนด้วยวิธีการนี้ก็คือการไม่สามารถขายใบจองหรือดาวน์ออกไปได้ในระยะเวลาตามสัญญา

3. ลงทุนระยะยาวแบบการันตียิลด์ หรือประกันอัตราผลตอบแทนแน่นอน โดยมีข้อจำกัดคือการการันตียิลด์มีช่วงเวลาจำกัด และโครงการมักจะบวก
ผลตอบแทนเข้าไปในราคาขายแล้ว

4. ต่อยอดทรัพย์สินที่มี เพิ่มโอกาส สร้างมูลค่า เช่น มีที่ดินเปล่าแถวอาคารสำนักงานที่เคยปล่อยว่างไว้ ก็อาจทำเป็นลานจอดรถให้เช่า หรือห้องว่างที่
ไม่ได้ใช้ประโยชน์สามารถปล่อยเช่าระยะสั้นก็สามารถสร้างรายได้ให้ได้ เป็นต้น

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นการลงทุนทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะทุกคนสามารถเริ่มลงทุนในรูปแบบที่เหมาะกับตนเองได้ ไม่ได้มีรูปแบบการลงทุนที่ตายตัว หรือมีจำกัดเฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

Tips:
1. การลงทุนคอนโดสำหรับปล่อยเช่าต้องให้ความสำคัญกับทำเล เพราะเป็นตัวกำหนดอัตราค่าเช่า กลุ่มผู้เช่า และเลือกรูปแบบห้องที่จะเหมาะสมกับผู้เช่า
2. การลงทุนระยะสั้นจากใบจองต้องเข้าใจอุปสงค์ในพื้นที่ และเลือกลงทุนโครงการในทำเลที่มีความต้องการสูง จึงจะทำให้สามารถทำกำไรได้มาก ในระยะ
เวลาอันสั้น และควรมีความพร้อมที่จะผ่อนดาวน์คอนโดได้เพื่อยืดเวลาขายดาวน์ต่อไป
3. การลงทุนในโครงการการันตียิลด์เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเพราะโครงการจัดหาผู้เช่าให้และได้รับผลตอบแทนค่อนข้างแน่นอน
4. การปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ประโยชน์ สามารถเพิ่มมูลค่าหรือสร้างรายได้ให้ได้
5. การใช้บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขอความเห็นจากที่ปรึกษาจะทำให้ได้ข้อมูลการลงทุนในแต่ละพื้นที่แบบเชิงลึก

2018 ทิศทางการลงทุนอสังหาฯคึกคัก น่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้เศรษฐกิจมีการชะลอตัว แต่ทิศทางอสังหาฯของไทยยังคงมีความเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบันคนรุ่นใหม่กว่าครึ่งหันมานิยมอยู่คอนโดแทน
และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น หัวใจสำคัญของอสังหาฯ จึงอยู่ที่ “ทำเล” ที่สะดวกต่อการเดินทาง

ทิศทางการลงทุนอสังหาฯ

1. พื้นที่ตามแนวเส้นรถไฟฟ้าน่าลงทุนที่สุด โดยเฉพาะเส้นรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง แม้ว่าเริ่มๆผลตอบแทนจากค่าเช่าจะยังไม่สูงมากนัก แต่จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

2. พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าที่พาดผ่าน CBD (Central Business District) และ New CBD อย่างเช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นรูปสามแฉกไปทางทิศเหนือ ใต้ และตะวันออกของกรุงเทพฯ สายสีน้ำเงินที่เป็นรูปตัวอักษร Q วิ่งวนเป็นวงกลมรอบกรุงเทพฯและสายสีลมที่เป็นรูปตัวอักษร l ไปทางทิศตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ

3. ปี 2020 รถไฟฟ้าจะสร้างเสร็จพร้อมกันหลายสาย นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างรถไฟฟ้าด้วย เพราะหากบางสายมีปัญหาก่อสร้างล่าช้าก็อาจกระทบแผนการลงทุนด้วย

4. ในภาวะเศรษฐกิจเติบโตช้า ควรเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อและผ่อนธนาคารไหว

5. ในบางทำเลอาจมีปัญหาผลิตมากกว่าความต้องการ (Oversupply) เนื่องจากความต้องการสูงขึ้นด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น มีความต้องการที่อยู่ใหม่ใกล้ที่ทำงาน ต้องการลงทุน ต้องการเก็บเป็นมรดก เป็นต้น

6. ธนาคารยังคงปล่อยสินเชื่อบ้านอย่างเข้มงวด ควรเตรียมความพร้อมด้านการเงินให้ดี ตลาดยังคงนโยบายดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้อยู่ในระดับต่ำ

7. ลงทุนอสังหาฯต้องรอบคอบมากขึ้น เนื่องจากมีคอนโดเปิดใหม่จำนวนมาก การเก็งกำไรใบจองและการปล่อยเช่าเป็นเรื่องยากขึ้น

โดยสรุป ทิศทางในปี 2018 นี้ยังมีความน่าสนใจอยู่มาก เพียงแต่ต้องใช้ความรอบคอบและการวิเคราะห์เปรียบเทียบมากขึ้น รวมไปถึงการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในบ้านเรา ที่ยังคงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา